ฉีดจมูก วิธีเสริมจมูกให้สวยแบบง่ายๆ

ฉีดจมูกก็เป็นวิธีการเสริมจมูกอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้คุณมีจมูกที่ได้รูปสวยอย่างที่คุณต้องการ สำหรับการฉีดจมูกแพทย์จะใช้สารชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสารเติมเต็มหรือก็คือสาร ไฮยาลูโลนิก สำหรับข้อดีของการฉีดจมูกจะมีดังนี้

 

ข้อดีของการฉีดจมูก

 

  1. ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด
  2. ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้น
  3. จมูกที่ได้มีความสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าการเสริมจมูกด้วยวิธีการอื่น
  4. ถ้าไม่ชอบก็เพียงแค่รอให้สารที่ฉีดสลายตัวไป หรือการฉีดยาเพื่อสลายสารดังกล่าว
  5. มีระยะเวลานานพอสมควรขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารที่ฉีดและการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน

17.ฉีดจมูก1

วิธีและขั้นตอนในการฉีดจมูก

 

  1. คุณหมอจะทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการฉีดโดยกำหนดจุดต่างๆ ไว้ และทำการทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที

 

  1. จากนั้นจะทำการฉีดจมูกในจุดที่กำหนดไว้โดยปกติแล้วจะเป็นที่บริเวณสันจมูกและบริเวณปลายจมูก

 

  1. หลังการฉีด คุณหมอจะทำการปรับแต่งสารให้อยู่ตามส่วนต่างๆ ที่ต้องการของจมูก และให้ได้รูปจมูกสวยตามต้องการ

 

  1. หลังจากได้รูปจมูกที่ต้องการแล้วอาจจะมีร่องรอยบวมและรอยแดงเล็กน้อยจากการฉีด เพียงแค่ใช้น้ำแข็งประคบรอยบวมและรอยแดงก็จะยุบลงได้ คุณสามารถกับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ และรูปจมูกที่ได้ก็จะสวยขึ้นมาในทันที

17.ฉีดจมูก2

มองหาผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดตัวนาโน ผ้าขนหนูราคาส่ง คลิกเลยจร้า

 

ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนูราคาส่ง ผ้านาโน ขายส่งผ้าขนหนู

ข้อควรระวังในการฉีดจมูก

 

  1. ควรฉีดในสถานที่ที่เชื่อถือได้ และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะในเรื่องของสารที่ใช้ฉีด เพราะถ้าเป็นคลินิกหรือสถานที่ที่ทำการฉีดไม่น่าเชื่อถือ สารที่ใช้ในฉีดอาจจะไม่ได้มาตรฐานซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้เมื่อทำการฉีดจมูกไปแล้ว

 

  1. คุณหมอที่ทำการฉีดจมูกควรเป็นคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญในการฉีดจมูกโดยเฉพาะ

 

  1. อย่าเชื่อคำโฆษณา ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ละเอียดก่อนทำการฉีด เพราะการฉีดจมูกจะช่วยปรับแต่งจมูกได้เฉพาะบริเวณสัน และปลายจมูกเท่านั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีปีกจมูกกางออกหรือมีความกว้างของปีกจมูกมาก การฉีดจมูกก็จะไม่สามารถปรับจมูกให้เรียวเล็กลงได้ ต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว

 

สิ่งสำคัญที่สุดในการฉีดจมูกก็คือคุณควรเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกเสริมความงามที่เชื่อถือได้และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเท่านั้น ถึงอาจจะมีราคาในการฉีดจมูกที่ค่อนข้างสูง แต่ก็จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย และยังช่วยให้คุณมีจมูกได้รูปสวยอย่างที่คุณต้องการหลังจากการฉีดจมูกแล้วอีกด้วย

 

Save

Save

ฉีดจมูก ด้วยฟิลเลอร์จมูกสวยได้รูปแบบทันใจ

การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมจมูกก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีจมูกได้รูปสวยอย่างที่คุณต้องการในเวลาที่รวดเร็ว แถมยังเป็นวิธีที่ไม่ต้องเจ็บตัวมากเหมือนกันทำศัลยกรรมจมูกในแบบอื่น การฉีดฟิลเลอร์จมูกก็คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่บริเวณสันจมูกจะช่วยทำให้สันจมูกดูโด่งและเป็นสันขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดั้งจมูก เช่น ดั้งจมูกแบน และไม่ได้รูป เป็นต้น สำหรับขั้นตอนในการฉีดจะมีดังนี้

18.ฉีดฟิลเลอร์จมูก1

ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์

– อันดับแรกคุณหมอจะดูลักษณะจมูกของเราก่อนว่าควรฉีดในลักษณะไหน และความต้องการของเราเป็นอย่างไร คืออยากได้จมูกที่มีความโด่งมากแค่ไหน หรือต้องการให้มีรูปทรงในลักษณะใด

– จากนั้นคุณหมอจะทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ และทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงทำการฉีดและปรับแต่งจมูกให้ได้รูปตามต้องการ ในช่วงจังหวะที่ฉีดฟิลเลอร์จมูกเราอาจจะรู้สึกเจ็บบ้างเล็กน้อย

– หลังจากการฉีด จมูกของคุณก็จะได้รูปสวยอย่างที่ต้องการ อาจจะมีรอยแดงหรือรอยเข็มบ้างเล็กน้อย แต่ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ร่องรอยต่างๆ ก็จะหายไป

 

ข้อดีของการฉีดจมูกด้วยฟิลเลอร์

– ใช้เวลาไม่นานคุณก็จะได้จมูกที่มีรูปสวยและโด่งเป็นสันอย่างที่คุณต้องการ

– ไม่ต้องเจ็บตัวมากเหมือนการทำจมูกด้วยวิธีการผ่าตัดแบบอื่น อาจจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเวลาฉีดเท่านั้น

– แผลหรือรอยเข็มใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วันก็หายเป็นปกติ จมูกที่ได้ก็จะดูสวยเป็นธรรมชาติ

– สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น หรือเสียงการติดเชื้อหรือแผลอักเสบเหมือนการผ่าตัดเสริมจมูก

18.ฉีดฟิลเลอร์จมูก2

ข้อเสียของการฉีดจมูกด้วยฟิลเลอร์

– ฟิลเลอร์ที่เราฉีดจะอยู่ได้เพียงชั่วคราว ไม่ถาวรเหมือนกันทำศัลยกรรมผ่าตัดจมูก โดยจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ก็จะสลายตัวและจมูกก็จะกลับสู่สภาพเดิมเหมือนตอนที่ยังไม่ได้ทำการฉีด ดังนั้นถ้าอยากให้จมูกได้รูปสวยเราจึงต้องมาฉีดกันตลอด

– ค่าใช้จ่ายในการฉีดฟิลเลอร์จะค่อนข้างสูง เพราะต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญจึงจะได้ผลดี และฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้เท่านั้น เพื่อลดปัญหาการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ เราจึงต้องทำการฉีดในสถานพยาบาลหรือคลินิกที่เชื่อถือได้ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

 

ดังนั้นแล้วสำหรับใครที่กำลังคิดที่จะไปฉีดจมูกด้วยฟิลเลอร์รองพิจารณาข้อดีข้อเสียต่างๆ ก่อนการตัดสินใจ และควรเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกที่เชื่อถือได้ เพื่อให้คุณได้จมูกที่ได้รูปสวยและหมดปัญหาการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ

ศัลยกรรมปากบาง ได้รูปสวย

สำหรับสาวๆ แล้วใครก็คงอยากจะมีปากที่บางเรียวได้รูปสวย ถึงแม้ว่าการมีปากที่ดูอวบอิ่มจะดูเซ็กซี่กว่าก็ตาม  แต่สาวๆ ในบ้านเราจะนิยมปากที่บางและเรียวเล็กกันมากกว่า ปากที่เรียวบางจะให้ความรู้สึกที่สวยและน่ารักกว่า แต่การทำศัลยกรรมปากบางในบางครั้งก็ไม่ใช่เพื่อเรื่องของความสวยความงามเพียงอย่างเดียว เพราะมีหลายคนที่เกิดมามีริมฝีปากหนาและเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตในประจำวันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการพูด การมีริมฝีปากที่หนาจะมีส่วนทำให้การพูดไม่ชัดเจนนัก รวมไปถึงการรับประทานอาหารก็จะลำบากกว่าปกติ ดังนั้นการศัลยกรรมปากบางจึงเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผู้ที่มีริมฝีปากหนาสามารถมีริมฝีปากที่บางเรียวเล็กได้อย่างที่ต้องการ โดยทั่วไปแล้วการศัลยกรรมปากบางจะเป็นวิธีการผ่าตัดให้ปากได้รูปบางและเล็กลง โดยจะมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

19.ศัลยกรรมปากบาง1

 

ขั้นตอนการศัลยกรรมฝีปาก

สำหรับขั้นตอนต่างๆ ในการผ่าตัดริมฝีปากให้บางและเล็กลงนั้นจะใช้เวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง คุณก็จะได้ริมฝีปากที่เรียวบางได้อย่างที่ต้องการ โดยเริ่มจาก

 

  1. แพทย์จะซักถามประวัติต่างๆ ของคุณก่อนเป็นอันดับแรก ในเรื่องเกี่ยวกับโรคประจำตัวหรือการแพ้ยาต่างๆ รวมไปถึงรูปแบบปากที่ต้องการ และลักษณะของความบางที่สามารถจะผ่าตัดได้ เพราะบางครั้งก็ต้องดูองค์ประกอบต่างๆ ในการผ่าตัดร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นเนื้อที่บริเวณริมฝีปาก หรือลักษณะของฟัน เพราะบางครั้งถ้าผ่าตัดให้ริมฝีปากบางมากอาจจะปกปิดฟันที่อยู่ด้านหน้าไม่มิด แพทย์จึงต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมกัน จึงจะระบุได้ว่าคุณสามารถมีปากเรียวบางได้ขนาดไหน

 

  1. สำหรับการผ่าตัดนั้นขั้นตอนแรกแพทย์จะทำการฉีดยาชาที่บริเวณริมฝีปาก รวมทั้งจะมีการให้ยานอนหลับแบบอ่อน เพื่อเป็นช่วยลดอาการเจ็บต่างๆ จากขั้นตอนการผ่าตัด

 

  1. จากนั้นแพทย์จะทำการวาดแนวปากเพื่อทำการผ่าตัด และลงมือตัดส่วนเกินบริเวณริมฝีปากออกจากแนวที่ได้กำหนดไว้

 

  1. เมื่อทำการตัดริมฝีปากส่วนเกินออกเรียบร้อยแล้วแพทย์จะทำการเย็บริมฝีปากด้วยไหมละลาย โดยรอยเย็บจะถูกซ่อนไว้ด้านใน หลังจากแผลหายแล้วจะไม่เห็นร่องรอยของไหมที่เย็บกันเลย

 

  1. หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณต้องใช้เวลาพักฟื้นสักพักหนึ่งก็จะสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย

19.ศัลยกรรมปากบาง2

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดริมฝีปาก

 

– ควรประคบเย็นตลอดเวลาเพื่อบรรเทาอาการบวม

– ควรรักษาความสะอาดช่องปาก ด้วยการบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการบ้วนปากยังเหมือนเป็นการล้างแผลไปในตัวได้อีกด้วย

– ในช่วงที่แผลยังหายไม่สนิทห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีรสจัด เพราะอาจจะทำให้แผลหายช้าและอาจเกิดการอักเสบขึ้นได้

– เวลานอนควรใช้หมอนสูง เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาอาการปวดและอาการบวมได้

– ช่วงระยะเวลาที่แผลยังไม่หายดีควรระวังในเรื่องของการยิ้มและการหัวเราะ อย่าอ้าปากกว้าง เพราะอาจจะทำให้แผลเกิดการฉีกได้

– พยายามระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อป้องการการเกิดการกระทบกระเทือนที่บริเวณริมฝีปาก

– พยายามทาลิปมันหรือลิปปาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับริมฝีปาก

– หลังจากที่แผลผ่าแห้งสนิทดีแล้ว ควรทำการนวดปากเป็นประจำเพื่อเป็นการช่วยลดการตึงของแผล

 

เพียงปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยทำให้แผลผ่าตัดของคุณหายได้เร็วขึ้นและช่วยลดการปวดบวมและการเกิดการอักเสบของแผลได้เป็นอย่างดี และหลังจากที่แผลให้ดีแล้วคุณก็จะได้รูปปากที่เรียวบางสวยอย่างที่คุณต้องการ

ทำหน้าอกให้สวยได้รูป และอวบอิ่ม

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าอกไม่ว่าจะเป็นการมีหน้าอกเล็ก ไม่เต่งตึง หรือกระชับอย่างที่ต้องการ การทำหน้าอกสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ให้กับคุณได้ การทำหน้าอกในปัจจุบันที่นิยมกันมีการทำอยู่สามวิธีดังต่อไปนี้

20.ทำหน้าอก1

  1. การทำหน้าอกด้วยการเสริมซิลิโคน

เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปในบริเวณทรงอกในจุดที่แพทย์ได้ทำการกำหนดไว้ โดยคุณสามารถเลือกขนาดได้ตามความต้องการ หลังจากทำเสร็จแล้วจะช่วยทำให้คุณมีหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น แต่งตึง และกระชับขึ้น และรูปทรงของหน้าอกที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ

 

  1. การทำหน้าอกด้วยการเสริมด้วยถุงน้ำเกลือ

จะมีวิธีในการทำต่างๆ ใกล้เคียงกับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน แต่ลักษณะของถุงน้ำเกลือจะเป็นแบบสองชั้นโดยชั้นในจะเป็นถุงซิลิโคนที่มีถุงด้านนอกเป็นน้ำเกลือ การใช้ถุงแบบน้ำเกลือมีข้อดีตรงที่ว่าถ้าเกิดการฉีดขาดของถุง น้ำเกลือที่ซึมออกมาจะไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย แต่รูปทรงของหน้าอกที่ได้จะไม่ค่อยสวยหรือดูเป็นธรรมชาติเหมือนการใช้ซิลิโคน

 

  1. การฉีดไขมัน

โดยการใช้ไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยคุณหมอจะทำการดูดไขมันออกมาแล้วสกัดเอาแต่ไขมันที่ดีมีความบริสุทธิ์แล้วจึงทำการฉีดเข้าไปที่เต้านม เพื่อให้ได้ขนาดที่ต้องการ ข้อดีของการใช้ไขมันก็คือจะไม่มีสารแปลกปลอมต่างๆ เข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา แต่มีข้อเสียตรงที่อาจจะไม่ได้ขนาดหน้าอกที่ต้องการเพราะไขมันภายในร่างกายของเราอาจจะมีไม่เพียงพอ

20.ทำหน้าอก2

การผ่าตัดจะมีลักษณะต่างๆ ดังนี้

 

  1. แบบแรกจะเป็นการผ่าตัดโดยผ่าแถวรอยพับใต้ทรวงอก บริเวณแนวเสื้อยกทรง โดยคุณหมอจะผ่าแล้วนำถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำเกลือใส่เข้าไป แต่การผ่าตัดบริเวณนี้อาจจะทำให้เห็นร่องรอยแผลเป็นต่างๆ ได้

 

  1. การผ่าตัดบริเวณหัวนม หรือบริเวณปานนม การผ่าในแนวนี้ก็อาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นในลักษณะนูนขึ้นมาได้ นอกจากนี้ถ้าการผ่าตัดโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญพออาจจะทำให้เกิดอาการชาที่บริเวณหัวนม

 

  1. การผ่าตัดบริเวณรักแร้ จะเป็นวิธีที่น่าจะดีที่สุด เพราะจะทำให้ไม่เห็นร่องรอยแผลเป็นใดๆ เพราะรอยแผลจะถูกซ่อนอยู่ใต้รักแร้

 

ประโยชน์ของการทำหน้าอก คือ

 

  1. ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และช่วยทำให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้น
  2. ช่วยแก้ปัญหาให้คนที่มีปัญหาหน้าอกเล็กให้มีหน้าอกที่สมส่วนได้อย่างที่คุณต้องการ
  3. ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีหน้าอกไม่เท่ากัน การผ่าตัดสามารถช่วยปรับขนาดให้คุณกลับมามีหน้าอกที่เท่ากันได้
  4. ช่วยแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยของหน้าอกที่อาจจะเกิดขึ้นจากอายุมากขึ้น หรือคุณแม่หลังคลอด
  5. ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ที่ต้องทำการผ่าตัดเต้านมทิ้ง อย่างเช่นผู้ป่วยโรคมะเร็งทรวงอก

 

จึงจัดได้ว่าการทำหน้าอกมีประโยชน์หลายอย่างไม่เฉพาะในเรื่องของความสวยความงามเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการเสริมหน้าอกด้วยวิธีไหนก็ตาม อันดับแรกคุณควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ของการทำหน้าอกให้ดีเสียก่อนแล้วจึงตัดสินใจเลือกแบบที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด เพื่อให้คุณมีหน้าอกสวยได้รูป และอวบอิ่มไม่หย่อนคล้อย

จะเลือกเสริมหน้าอกที่ไหนดี

การทำศัลยกรรมทุกอย่างถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร ดังนั้นก่อนที่คุณจะคิดทำศัลกรรมอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับการศัลยกรรมใบหน้า การศัลยกรรมส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือแม้แต่การศัลยกรรมเสริมหน้าอก คุณควรตัดสินใจให้ดีว่าเราควรเลือกเสริมหน้าอกที่ไหนดีที่จะสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อทำเสร็จแล้วเราจะมีหน้าอกสวยได้รูปอย่างที่เราต้องการ และไม่มีผลข้างเคียงอะไร หรือมีก็ขอให้มีน้อยสุด โดยมีหลักการที่จะสามารถช่วยให้คุณพิจารณาเลือกสถานที่ และการเลือกทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้ปลอดภัยได้ดังนี้

21.เสริมหน้าอกที่ไหนดี1

 

หลักพิจารณาในการเลือกทำศัลยกรรมหน้าอก

 

มีหลักพิจารณาไม่มากแต่คุณควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในการเลือก เพราะการที่คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะเลือกเสริมหน้าอกที่ไหนดีนั้น จะเป็นช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณได้เป็นอย่างดีว่าหลังจากที่ทำเสร็จออกมาแล้วคุณจะได้หน้าอกในแบบที่ต้องการและปลอดภัย โดยสามารถพิจารณาสิ่งต่างๆ ได้ดังนี้

21.เสริมหน้าอกที่ไหนดี2

  1. ควรเป็นโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือคลินิกที่เปิดให้บริการทำศัลยกรรมหน้าอกที่เชื่อถือได้ เป็นที่รู้จักของคนโดยทั่วไป และมีผู้เคยมาทำศัลยกรรมเสริมทรวงของที่นี่แล้วและได้ผลดี โดยข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหารายละเอียดกันได้ง่ายๆ อย่างเช่น ในอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

 

  1. คุณหมอที่ทำการผ่าตัดต้องเป็นคุณหมอที่มีฝีมือและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัดเต้านมโดยเฉพาะ ซึ่งเราสามารถขอดูประวัติของคุณหมอก่อนการตัดสินใจทำการผ่าตัดเต้านมได้ หรือถ้าเป็นคุณหมอที่มีคนรู้จักเคยทำศัลยกรรมผ่าตัดเต้านมด้วยมาก่อน ก็จะเป็นวิธีที่สามารถช่วยเพิ่มความเชื่อมันให้กับเราได้เป็นอย่างมาก

 

  1. ก่อนการทำการผ่าตัดหน้าอกทุกครั้งควรศึกษารายละเอียดของการทำหน้าอกแต่ละแบบให้ดี และเลือกแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของเรามากที่สุด ถ้าไม่แน่ใจควรทำการปรึกษาจากแพทย์ที่เราต้องการทำศัลยกรรมด้วยให้เข้าใจ เพื่อเป็นการช่วยในการตัดสินใจและสามารถทำให้เราเลือกรูปแบบหน้าอกและวัสดุที่ใช้ได้ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด

 

  1. อย่าฟังแต่คำโฆษณาชวนเชื่อของสถานพยาบาลหรือคลินิกที่เปิดรับทำศัลยกรรมหน้าอกเพียงอย่างเดียว ควรฟังหรือค้นหาข้อมูลรายละเอียดจากหลายๆ แหล่ง

 

  1. สุดท้ายควรศึกษาข้อดีและข้อเสียของการทำศัลยกรรมหน้าอกให้ดี และดูว่าถ้าเกิดข้อเสียแล้วเราจะยอมรับได้ไหม

 

เพราะการเสริมหน้าอกในบางครั้งอาจจะไม่จบเพียงแค่ผ่าตัดครั้งเดียว เพราะเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะต้องมีการแก้ไขหรือซ่อมแซมเกิดขึ้นได้ ดังนั้นก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมหน้าอกคุณจึงควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ในการทำให้ดีเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้น้อยที่สุด

สูตรลับน่ารู้ ลดความอ้วนด้วยน้ำมะนาว

หลายๆ คนคงเคยได้ยินมาว่ามะนาวมีสรรพคุณในการใช้ลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี แต่สูตรลดความอ้วนด้วยมะนาวนั้น จะได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจหรือไม่ คุณต้องทำตามกฏให้ครบทั้ง 3 ข้อนี้ค่ะ หากคุณทำตาม 3 สูตรลับ ลดความอ้วนด้วยน้ำมะนาวแล้วละก็ รับรองว่าการลดน้ำหนักที่เคยเป็นอุปสรรค์ยากเย็น ก็จะกลายเป็นเรื่องที่สุดแสนจะง่ายดายเลยค่ะ

5.

  1. ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุกๆ เช้า เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุดไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้ แต่ยังมีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนาที่พบว่า ผู้ที่กินผลไม้และผักที่มีวิตามินซีในปริมาณมากจะมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและจะช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ อีกด้วย
  2. รับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ชนิด เพราะผักและผลไม้ทุกประเภทจะมีปริมาณแคลอรีต่ำ แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครัน จึงช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายและช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้นด้วยค่ะ
  3. ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด โดยการบีบน้ำมะนาวลงไปในจานอาหารทุกมื้อที่คุณรับประทาน ไม่ว่าจะเป็น ซุป สลัดผัก เนื้อปลา หรือเนื้อไก่ เพราะน้ำมะนาวจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ คุณรู้ไหมว่าผิวหรือเปลือกของมะนาวนั้น ยังสามารถกำจัดความอยากกินอาหารให้ลดลงได้ถึง 4 ชั่วโมงเชียวค่ะ เนื่องจาก เปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีที่สุด จึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้นค่ะ คุณจะรู้สึกอิ่มไปได้อีกนานเลยค่ะ

บอกลาความอ้วน ด้วยโยคะกับพิลาทีส

วันนี้เราขอนำเสนอการลดน้ำหนักด้วยการเล่นโยคะควบคู่กับพิลาทีส ที่รับรองได้เลยค่ะ ว่าคุณจะบอกลาความอ้วนอย่างถาวรแน่นอน ด้วยท่าทางการฝึกโยคะและพิลาทีสนั้น บางท่าจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จนใครหลายๆ คนอาจคิดว่าโยคะกับพิลาทีสก็เหมือนๆ กัน ที่จริงแล้วทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันค่ะ แต่ก็สามารถช่วยลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนได้เหมือนกัน เรามาดูกันดีกว่าคะ ว่าการบริหารทั้ง 2 แบบนี้มีความต่างกันอย่างไร และมีประโยชน์กับการลดความอ้วนมากแค่ไหน

4.

ความแตกต่าง  การเล่นโยคะจะช่วยในเรื่องของความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ และระบบภายใน อย่างเช่น ระบบการไหลเวียนของเลือด ระบบการหายใจ และ ระบบการเผาผลาญ รวมไปถึงเป็นการฝึกสมาธิอีกด้วย ส่วนพิลาทีสนั้นจะเน้นการบรรเทาอาการบาดเจ็บ และเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อค่ะ

วิธีการเล่น  โยคะจะไม่ได้อยู่บนเครื่องหรืออุปกรณ์เหมือนพิลาทีส มีเพียงการกำหนดลมหายใจเข้า-ออกทางจมูกเท่านั้น ขณะที่พิลาทีส จะหายใจเข้าทางจมูก และออกทางปาก

การนำทั้ง 2 อย่างมารวมกัน  ทั้งโยคะและพิลาทีส ล้วนแต่เป็นการยืดเหยียดของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายให้เรียวยาว และได้รูปสวย แต่ท่าของโยคะนั้นจะเน้นการบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ส่วนของพิลาทีสจะบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก

ดังนั้น เมื่อเราออกกำลังกายทั้งสองแบบคู่กันก็จะเป็นการดูแลกล้ามเนื้อทุกมัดภายในร่างกายให้เกิดความสมดุลกันค่ะ ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งแรงมากขึ้น ดังนั้น จึงทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ได้เร็วกว่าการเล่นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งอีกด้วยค่ะ

แค่กลิ่นก็ผอมแล้ว

เชื่อว่าแทบจะทุกคน มักเลือกกินอาหารที่รูป รส กลิ่น และสีสัน เป็นส่วนใหญ่ เพราะก่อนที่จะได้ลิ้มลองรสชาติของอาหาร คุณจะได้เห็น รูปลักษณ์ภายนอก สีสัน และกลิ่นของอาหารก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อมากิน เพราะมีกลิ่นที่หอมหวนชวนรับประทาน สีสันน่ากิน กลิ่นหอมๆ ของอาหาร ทำให้คุณกินอาหารเยอะจนลืมระวังตัว จนทำให้น้ำหนักขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ต้องวิ่งหาสูตรลดน้ำหนักมากินให้วุ่นวาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แค่กลิ่นของอาหารบางชนิดก็ทำให้คุณผอมได้ โดยไม่ต้องกินเข้าไป วันนี้เรามีกลิ่นของอาหารที่ช่วยให้คุณผอมได้มาฝากกันค่ะ

3.

  1. กลิ่นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ มีผลจากการศึกษาพบว่า เพียงแค่สูดกลิ่นของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ก็ทำให้รู้สึกอิ่มขึ้นมาได้ง่ายๆ  ทำให้กินอาหารได้น้อยลง และอิ่มเร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ
  2. กลิ่นกระเทียม จะทำให้คุณกินอาหารได้น้อยลง ดังนั้นหากคุณไม่อยากกินเยอะเกินไป ควรสั่งเมนูอาหารที่มีเครื่องเทศกลิ่นแรงอย่างเช่น พริก หอมกระเทียม พริกไทย ร่วมกับเมนูอื่นๆ ค่ะ
  3. กลิ่นแอปเปิ้ลเขียว และกลิ่นกล้วย จากผลการศึกษาพบว่า การบำบัดด้วยกลิ่นและรสชาติ คนอ้วนที่ดมกลิ่นแอปเปิ้ลเขียว และกล้วยในขณะที่หิวจัดๆ จะลดน้ำหนักได้มากขึ้น อาจจะเป็นเพราะกลิ่นหอมในระดับพอดีๆ ของผลไม้ทั้ง 2 ชนิด ที่ทำให้ร่างกายควบคุมความอยากอาหารได้ดีกว่าปกติ
  4. กลิ่นยี่หร่า ยี่หร่ามีสรรพคุณยับยั้งความอยากอาหาร และทำให้คุณกินอาหารได้น้อยลงด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นเกรปฟรุต หรือผลไม้ตระกูลส้ม ที่ช่วยให้คุณผอมได้ เนื่องจาก ผลการวิจัยเชื่อว่า กลิ่นของผลไม้จำพวกส้ม น่าจะมีผลต่อเอนไซม์ในตับของเรานั่นเองค่ะ

5 วิธีฟิตหุ่นสวย ชอบแบบไหนเลือกได้เลย

หากคุณกำลังมีปัญหาในการเลือกวิธีออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักกันอยู่ละก็ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เป็น 5 วิธีฟิตหุ่นสวย อย่างได้ผล มาให้คุณได้เลือกทำตามใจชอบกันเลยค่ะ

2.

  1. การเต้น สนุกสุดๆ กับการเต้นให้สุดเหวี่ยง เปิดเพลงมัน ๆ แล้วขยับโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะ ไม่จำเป็นต้องมีท่าเต้นเป๊ะๆ สวยเริ่ดอะไร แค่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายให้ต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง คุณก็จะได้ออกกำลังกายครบทุกส่วนแล้วล่ะค่ะ
  2. ว่ายน้ำ สดชื่นสุดๆ กับการว่ายน้ำ เพราะการออกกำลังกายในน้ำ นอกจากจะช่วยคลายร้อนแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกายได้เกือบทุกส่วน และช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้นอีกด้วยค่ะ
  3. โยคะท่ากลับหัวเฮดสแตนด์ เป็นท่าโยคะที่สุดยอดที่สุด โดยใช้การทรงตัวในแนวตั้งที่ใช้ศีรษะและมือทั้งสองข้างดันพื้น เพื่อรับน้ำหนักตัวแทนขา ช่วยได้ทั้งเรื่องของสุขภาพ และเรื่องรูปร่างให้เฟิร์มกระชับได้ค่ะ
  4. กระโดดเชือก การกระโดดเชือก คุณจะได้ทั้งหุ่น ทั้งกล้ามเนื้อแขน และขาที่แข็งแรง ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูก พร้อมกำจัดไขมันส่วนเกินได้เป็นอย่างดีทีเดียว
  5. การเดิน ไม่ต้องลงทุนอะไรให้วุ่นวายและสิ้นเปลืองแค่เดินให้ได้ครบ 10,000 ก้าวต่อวัน ก็ลดพุง หุ่นสวย ร่างกายแข็งแรงได้แล้วค่ะ

วิธีฟิตหุ่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ มีทั้งสนุก มีทั้งแบบประหยัด มีทั้งยาก และก็วิธีที่ง่ายที่สุด ให้สาวๆ ได้เลือกทำตามใจชอบกันเลยค่ะ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีออกกำลังกายแบบไหน สิ่งสำคัญคือ ความสม่ำเสมอและความต่อเนื่องของการออกกำลังกายค่ะ

บอกลาพุงน้อยๆ ด้วยการเลือกกินอาหารอย่างถูกวิธี

สำหรับปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง เป็นปัญหาสำคัญมากสำหรับคุณสาวๆ วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆ เพื่อบอกลาพุงน้อยๆ ด้วยการเลือกกินอาหารอย่างถูกวิธี มาฝากกันค่ะ

1.

หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม  เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ไส้กรอก ลูกชิ้น ขนมถุงกรุบกรอบ อาหารหมักดอง อาหารแช่อิ่ม อาหารตากแห้ง เครื่องดื่มต่างๆ และขนมปัง เป็นต้น เพราะการกินอาหารที่มีรสเค็มจะทำให้ไตทำงานหนัก และมีอาการบวมน้ำได้อีกด้วยค่ะ

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มน้ำอัดลม  เพราะน้ำอัดลมนั้นมีทั้งแก๊สและน้ำตาลเป็นจำนวนมากทำให้คุณมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ง่ายค่ะ

ดื่มน้ำเปล่า  ควรดื่มน้ำให้มากๆ ในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว ซึ่งจะช่วยให้รักษาความสมดุลของร่างกาย และทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานได้ดีค่ะ

การออกกำลังกายเฉพาะส่วน  โดยเฉพาะหน้าท้องด้วยการซิทอัพ  เป็นประจำทุกวันก่อนนอน หรือ ออกกำลังกายด้วยการทำงานบ้าน วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ หรือการเล่นกีฬาก็ได้ค่ะ

รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง  การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงนั้น เพื่อแก้ปัญหาท้องผูก และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

ไม่ยากเลยสำหรับวิธีการลดหน้าท้องด้วยการเลือกกินอาหารอย่างถูกวิธี เพียงแค่ว่าคุณสาวๆ ต้องระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ  และที่สำคัญจะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพจะได้แข็งแรงควบคู่กับการมีหุ่นสวยเป๊ะค่ะ